
จังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งทางประวัติศาสตร์และทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ วัดเขาขึ้นของพระอาจารย์ธรรมโชติผู้สร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านบางระจัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง อุทยานแห่งชาติพุเตย บึงฉวาก และมีขนมขึ้นชื่ออย่างสาลี่สุพรรณ
สุพรรณบุรีเป็นเมืองสมัยโบราณ พบหลักฐานทางโบราณคดี มีอายุไม่ต่ำกว่า ๓,๕๐๐-๓,๘๐๐ ปี โบราณวัตถุที่ขุดพบมีทั้งยุคหินใหม่ ยุคสัมฤทธิ์ ยุคเหล็ก สืบทอดวัฒนธรรมต่อเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ เดิมจังหวัดสุพรรณบุรีมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เมืองทวารวดีศรีสุพรรณภูมิ หรือ พันธุมบุรี ต่อมาเมื่อพระเจ้ากาแต (เชื้อสายไทยปนพม่า) เสด็จขึ้นครองราชย์ และย้ายเมืองมาอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำท่าจีน ได้ทรงสร้างวัดสนามชัยและบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ทรงชักชวนข้าราชการออกบวช จำนวน ๒,๐๐๐ คน จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สองพันบุรี ครั้นพระเจ้าอู่ทองทรงย้ายเมืองไปอยู่ทางฝั่งใต้ (ทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน) เมืองนี้จึงมีชื่อใหม่ว่า อู่ทอง จนกระทั่งลุเข้าสมัยขุนหลวงพะงั่ว จึงเปลี่ยนชื่อเป็นสุพรรณบุรีในที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นเมืองต้นกำเนิดวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน อันเป็นวรรณคดีสำคัญเรื่องหนึ่งของของชาติไทย เมื่อไปถึงจังหวัดสุพรรณบุรีเราจะได้สัมผัสบรรยากาศของวรรณกรรมเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น ชื่อตำบล ชื่อบ้าน ชื่อถนนและชื่อสถานที่สำคัญต่างๆ ในท้องเรื่องยังมีปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น บ้านรั้วใหญ่ วัดเขาใหญ่ ท่าสิบเบี้ย ไร่ฝ้าย วัดป่าเลไลยก์ วัดแค ถนนนางพิม ถนนขุนไกร อำเภออู่ทองและอำเภอศรีประจันต์
สุพรรณบุรี มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๕,๓๕๘ ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๑๐ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอบางปลาม้า อำเภอศรีประจันต์ อำเภอดอนเจดีย์ อำเภอเดิมบางนางบวช อำเภออู่ทอง อำเภอสามชุก อำเภอหนองหญ้าไซ อำเภอสองพี่น้องและอำเภอด่านช้าง
อาณาเขต
| ทิศเหนือ |
ติดต่อกับจังหวัดชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี |
| ทิศใต้ |
ติดต่อกับจังหวัดนครปฐม |
| ทิศตะวันออก |
ติดต่อกับจังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสิงห์บุรี |
| ทิศตะวันตก |
ติดต่อกับจังหวัดกาญจนบุรี |
| คำขวัญประจำจังหวัด |
| |
เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง |
รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง |
| |
| ดอกไม้ประจำจังหวัด |
| |
|
| |
ดอกฝ้ายคำ หรือสุพรรณิการ์ หรือกรรณิการ์
ชื่อภาษาอังกฤษ : Cotton Tree, Yellow Silk Cotton, Butter Cup, Torchwood
ชื่อพฤกษศาสตร์ : Cochlospermum religiosum Alston
พืชในวงศ์ Cochlospermaceae-Bixaceae มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้
เป็นไม้ยืนต้นสูง 5-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ผลัดใบ เปลือกสีเทาถึงสีน้ำตาลเรียบ กิ่งก้านมักคดงอ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ แผ่นใบรูปฝ่ามือ ปลายแฉกแหลม โคนใบเว้า ขอบหยักเป็นคลื่น ผิวใบมีขนสั้นนุ่ม สีเขียวสด เมื่อแก่ใกล้ร่วงเปลี่ยนเป็นสีแดง ดอกมีสีเหลือง มีทั้งพันธ์ดอกกลีบชั้นเดียวและกลีบดอกซ้อน ดอกออกเป็นแขนงตามปลายกิ่ง โดยออกปีละครั้งในช่วงเดือนธันวาคม ถึง มีนาคม ผลเป็นรูปไข่กลับ ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วทุกภาคของไทย ขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุย ก่อนออกดอกจะทิ้งใบหมด ผลแก่ระหว่างเดือนมีนาคม ชอบกลางแจ้งและแสงแดดจัด |
| |
| ต้นไม้ประจำจังหวัด |
| |
|
|
| |
มะเกลือ เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Ebenaceaeพบขึ้นตาม ป่าเบญจพรรณทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มกลมกิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ผลดิบของมะเกลือมีสรรพคุณเป็นยา จัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง สมัยก่อนนิยมใช้ยางผลมะเกลือไปย้อมผ้า
มะเกลือเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลของจังหวัดสุพรรณบุรีในภาคเหนือเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า มะเกีย มะเกือ หรือ ผีผา ทางใต้เรียกว่า เกลือ แถบเขมร-ตราดเรียก มักเกลือ |
ตราประจำจังหวัด |
|
| |
| ดวงตราเป็นภาพยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่าเหตุที่ใช้เครื่องหมายนี้ก็เพราะเห็นว่า การศึกครั้งนี้ ใน พ.ศ.2135 ทำให้เมืองไทยได้รับอิสรภาพชัยชนะดังกล่าว ได้เผยแพร่ชื่อเสียงและกิตติคุณของพระมหากษัตริย์ไทยออกไปนอกประเทศ และบริเวณที่กระทำยุทธหัตถีก็อยู่ในท้องที่อำเภอดอนเจดีย์ของจังหวัดนี้ สุพรรณบุรีเป็นเมืองเก่าสมัยทวารวดี นักโบราณคดีกล่าวว่า ชื่อสุพรรณบุรีเปลี่ยนมาจากคำว่า อู่ทอง และสุพรรณภูมิ
|
ธงประจำจังหวัด

|
|